Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home2/src/public_html/web/components/com_mambelfish/classes/mambelfish.class.php on line 199
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย :: การวิจัยอนาคต (Futures Research)
การวิจัยอนาคต (Futures Research)   Print 

การวิจัยอนาคต (Futures  Research)

 

                                                                         ผศ.พระครูสุนทรธรรมโสภณ

๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓

 

ความนำ

            การวิจัย คือการค้นหาความจริง คือ การทำสิ่งที่ดี สิ่งที่ต้องการให้เป็นการทำสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้น  การวิจัย คือการค้นหาวิธีที่จะทำให้ได้ดี และการวิจัย คือการค้นวิธีที่จะกระทำให้สำเร็จ  แต่ฐานความคิดเกี่ยวกับการวิจัยอนาคต(Futures  Research) ที่เกิดจากแนวคิดของนักอนาคตศึกษา หรือนักอนาคตนิยม(Futurism) ไม่ใช่เพื่อศึกษา  สืบค้นหรือสำรวจหาความจริงของอนาคต เพราะนักวิจัยอนาคตมีความเชื่อว่าไม่มีความจริงให้สืบค้น ให้สำรวจ และไม่มีความจริงให้ศึกษา  ถ้าหากความจริงนั้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้จะไม่มีความจริงสำหรับอนาคต เพราะไม่รู้ว่าอนาคตเป็นความจริง  แต่เป็นการสำรวจ  เป็นการศึกษา  เป็นการสืบค้นแนวโน้มที่เป็นไปได้  ที่ไม่ใช่แนวโน้มในอุดมคติ

            นักอนาคตนิยม(Futurism) ทำการศึกษาแนวโน้มของทางเลือกที่เป็นไปได้  ทั้งที่เป็นแนวโน้มที่พึงประสงค์และแนวโน้มที่ไม่พึงประสงค์   หน้าที่ของการวิจัยอนาคตไม่เพียงแต่ศึกษา  สำรวจ  สืบค้นแนวโน้มในอนาคต   หากแต่มีหน้าที่สร้างอนาคตอันพึงประสงค์ให้เกิดขึ้น และกำจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ให้หมดไป  นักวิจัยอนาคตมีความมุ่งมั่นว่าจะสร้างอนาคตที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้น  เมื่อพิจารณาจากข้อความตรงนี้การวิจัยอนาคตดูเหมือนจะมีอคติ(Bias) ตั้งแต่ต้น  ซึ่งก็เป็นความจริงตามนั้น  เพราะการวิจัยอนาคตจะมีอคติตั้งแต่ต้นจริง  เพียงแต่เป็นอคติที่ดี(Best  Bias  or Good Bias)

            การวิจัยตามแนวคิดแบบอนาคตนิยม(Futurism) สนใจทำการศึกษาแนวโน้มของอนาคตโดยผ่านผู้เชี่ยวชาญ คือ ผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลง  ผู้ที่จะให้อนาคตเกิดตามที่ต้องการให้เกิดขึ้น  ซึ่งให้ความสนใจอนาคตมากกว่าปัจจุบัน  และอดีต  เพราะปัจจุบันก็คือผลของอดีต  และปัจจุบัน เป็นเหตุของอนาคต

แนวความคิดของการวิจัยอนาคต ตามแนวคิดของนักอนาคตนิยม(Futurism) ไม่ได้ทำการศึกษาสภาพของปัญหา   ไม่ได้ศึกษาสาเหตุของปัญหา  แต่เพื่อที่จะแก้สาเหตุของปัญหา  เพราะมีความเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วนั้น(ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว) มันแก้ไม่ได้  แก้ไม่ทันแล้ว  ก็เพราะมันได้เกิดขึ้น  มันผ่านไปแล้ว

แนวคิดในการแก้ปัญหามี    ลักษณะ คือ แนวคิดการแก้ปัญหาแบบทำให้เหมือนเดิม  ตัวอย่าง เช่น น็อตเสีย  น็อตเสื่อมก็เปลี่ยนน็อตใหม่ ก็จะเหมือนเดิม กับการแก้ปัญหาโดยการทำให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นตามที่ต้องการให้เกิด  ประเด็นหลังนี้จะมีความท้าทาย และน่าสนใจมากกว่า

การวิจัยตามแนวคิดแบบอนาคตนิยม(Futurism) เป็นแนวความคิดใหม่ที่เป็นการมองออกไปไกลในอนาคต เพื่อที่จะสร้างสิ่งที่พึงประสงค์  ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหา   การวิจัยอนาคตไม่ใช่การวางแผน  แต่นำผลการวิจัยอนาคตไปใช้ในการวางแผน แล้วจะทำให้การวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

การเลือกกลุ่มตัวอย่าง

การวิจัยอนาคต ตามแนวคิดแบบอนาคตนิยม(Futurism) มีฐานความคิดในการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เรียกว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ คำว่าผู้เชี่ยวชาญ คือ กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อความเปลี่ยนแปลง  ในการเลือกกลุ่มตัวอย่างหรือผู้เชี่ยวชาญ  จึงเป็นการเลือกแบบเจาะจง แต่เป็นการเจาะจงที่มีเกณฑ์เป็นตัวกำหนด  เกณฑ์ยิ่งสูงยิ่งจะได้กลุ่มตัวอย่างหรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญน้อย   ยิ่งได้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญน้อยเท่าไหร่ยิ่งมีประสิทธิภาพ  มากขึ้นเท่านั้นหรือเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่ดีเท่านั้น   

กลุ่มตัวอย่างหรือผู้เชี่ยวชาญควรมีเท่าไร  บอกทันทีไม่ได้แล้วแต่ทำเรื่องอะไร 

ใครจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งนั้น  อย่างวิจัยแนวโน้มของสถาบัน ก็เลือกผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลงของสถาบันนั้น  วิจัยแนวโน้มของประเทศ ก็เลือกผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลงของของประเทศ  วิจัยแนวโน้มของโลกก็เลือกผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

            ประเด็นที่สำคัญ คือการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง หรือการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญนั้นได้มาอย่างไร  ตรงกับเรื่องที่ทำการวิจัยหรือไม่  การเลือกผู้เชี่ยวชาญ  การกำหนดเกณฑ์ของผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากอีกประเด็นหนึ่ง  และควรมีเกณฑ์ในการเลือกและกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้

 

1.      เลือกผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง  คือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้

2.      เลือกผู้ไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงแต่มีผลในการตัดสินใจของผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลง

3.   เลือกผู้ที่มีโอกาสจะขึ้นมาแทนที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจโดยตรงที่อยู่เบื้องหลังของผู้มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลง

4.      กลุ่มนักวิชาการที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ  ที่รู้เรื่องนั้นดี

 

วิธีการเก็บข้อมูล

ควรเก็บข้อมูลแบบไหน ก็บอกไม่ได้อีก         เพราะแล้วแต่ทำเรื่องเกี่ยวกับอะไร

อยากรู้แนวโน้มของอะไร ผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งนั้น คือใคร  แต่ละสถาบันก็ไม่เหมือนกัน  บริบทของสถาบันก็ไม่เหมือนกัน  ตามที่กล่าวแล้วว่าข้อมูลอาจมีทั้งสองลักษณะ คือมีทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ ที่เป็นตัวเลข  เป็นจำนวน  อาจมีข้อมูลที่เป็นเนื้อหา  เป็นคุณค่า  การตีค่าความหมายในเชิงคุณลักษณะที่อยากดูแนวโน้มนั้น  ซึ่งขึ้นอยู่เรื่อง  ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ดูแนวโน้มที่เกิดขึ้นในอนาคต หรือสิ่งที่อยากจะสร้างให้เกิดขึ้นในอนาคต

การวิจัยอนาคตเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ หรือการวิจัยเชิงคุณภาพ จึงบอกโดยทันทีไม่ได้  เพราะอาจเป็นได้ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ  แล้วแต่ว่าทำเกี่ยวกับเรื่องอะไร   อยากดูแนวโน้มอนาคตในเชิงปริมาณ หรือแนวโน้มอนาคตเชิงคุณภาพ ที่เป็นคุณลักษณะ  คุณค่าข้อมูลที่เป็นเนื้อหา  หรือบางครั้งในเรื่องเดียวกันอาจมีข้อมูลทั้งสองลักษณะ  การเลือกกลุ่มตัวอย่างหรือผู้เชี่ยวชาญ ตลอดทั้งการเก็บข้อมูล ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการออกแบบการวิจัย เพื่อต้องการศึกษา  การสืบค้น  การสำรวจเพื่อดูแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเพื่อสร้างที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคต

นักอนาคตเชื่อว่าทุกอย่างย่อมมีสาเหตุ     เชื่อว่าทุกอย่างย่อมมีความเปลี่ยนแปลง 

แม้สาเหตุก็ย่อมเปลี่ยนแปลง  เมื่ออะไรที่เป็นสาเหตุก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไหลเลื่อน(Dynamic)ไม่คงที่  นักวิจัยอนาคตจึงสนใจสร้างเหตุให้เกิดขึ้นในอนาคต  คือการสร้างเหตุของการเปลี่ยนแปลงในอนาคต  สร้างแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  แต่มีความเชื่อว่าการที่จะแก้สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วนั้นแก้ไม่ได้  เพราะสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว  กับสาเหตุของปัญหาที่จะเกิดขึ้นใหม่นั้นไม่ใช่สาเหตุเดียวกัน  เพราะช่วงเวลา  บริบทต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป  สาเหตุก็ต้องเปลี่ยนแปลง  ปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็ต้องเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน

           

สรุป

            การวิจัยอนาคต(Futures Research) มองแนวโน้มในอนาคต เพื่อสร้างสิ่งที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นหรือเพื่อทำลายสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ไม่ให้เกิดขึ้น  การวิจัยอนาคตไม่สนใจความจริง  ไม่สนใจความเป็นจริงว่าคืออะไร  แต่เป็นการมองแนวโน้มโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ คือผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลง  ซึ่งหากมีเกณฑ์สูงยิ่งจะได้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญน้อย  และยิ่งได้ผู้เชี่ยวชาญน้อยก็ยิ่งมีประสิทธิภาพสูง เพราะได้ผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจต่อการเปลี่ยนแปลง  นักวิจัยอนาคตมองแนวโน้มอนาคต มากกว่าสนใจวิธีการแก้ปัญหา  การสืบค้นหาสาเหตุของปัญหานั้น  แต่หากเป็นการสืบค้นเพื่อรู้นั้นได้ แต่ไม่ใช่สืบค้นเพื่อแก้ปัญหาเพราะปัญหามันได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ความเห็น

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น

Powered by AkoComment 1.0 beta 2

Close Window